เหตุผลที่บางธุรกิจเลือกสินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
การที่กิจการมีเงินสดอยู่ในบัญชีเพียงพอ ไม่ได้หมายความว่าการนำเงินสดทั้งหมดออกมาใช้กับการลงทุน ซื้อสินค้า หรือรองรับโครงการใหม่จะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดเสมอไป
สำหรับธุรกิจ เงินสดไม่ได้มีหน้าที่เพียงชำระค่าใช้จ่าย แต่ยังทำหน้าที่รักษาสภาพคล่อง รองรับความไม่แน่นอน และช่วยให้กิจการสามารถตอบสนองต่อโอกาสที่เกิดขึ้นโดยไม่ต้องรอจัดหาแหล่งเงินทุนใหม่ทุกครั้ง
ด้วยเหตุนี้ บริษัทบางแห่งจึงเลือกเก็บเงินสดไว้บางส่วน และใช้ **สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน** เพื่อรองรับความต้องการเงินระยะสั้นหรือวงเงินขนาดที่ไม่จำเป็นต้องนำอสังหาริมทรัพย์ระยะยาวมาประกอบ
แนวทางดังกล่าวไม่ได้หมายความว่าสินเชื่อมีต้นทุนต่ำกว่าเงินของบริษัท เพราะเงินสดของกิจการไม่มีดอกเบี้ย ในขณะที่ สินเชื่อsme มีทั้งดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียม และภาระการชำระ
คำถามที่ควรพิจารณาจึงเป็นว่า
**เงินสดที่กิจการสามารถรักษาไว้ มีคุณค่าต่อธุรกิจมากกว่าต้นทุนของสินเชื่อหรือไม่**
## เงินสดที่เห็นในบัญชีอาจมีหน้าที่อยู่แล้ว
สมมติบริษัทมีเงินสด 5 ล้านบาทและต้องใช้เงิน 2 ล้านบาทเพื่อรองรับคำสั่งซื้อใหม่
หากพิจารณาเฉพาะยอดคงเหลือ บริษัทสามารถใช้เงินสด 2 ล้านบาทได้ทันที และยังเหลือ 3 ล้านบาท
แต่หากในอีก 60 วัน บริษัทมีค่าวัตถุดิบต้องชำระ 1.2 ล้านบาท เงินเดือนและค่าแรง 700,000 บาท ค่าใช้จ่ายประจำ 300,000 บาท รวมถึงภาษีและเจ้าหนี้อื่นอีก 400,000 บาท จะพบว่าเงินส่วนหนึ่งในบัญชีมีหน้าที่รองรับค่าใช้จ่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้ว
หากลูกค้าชำระเงินช้ากว่ากำหนดอีก 15–30 วัน สภาพคล่องของบริษัทอาจลดลงเร็วกว่าที่ประเมินจากยอดเงินในบัญชีเพียงอย่างเดียว
จากที่ดิฉันวิเคราะห์กระแสเงินสดของกิจการ สิ่งที่ควรแยกให้ออกจึงมีสองตัวเลข คือ
**เงินสดทั้งหมดที่บริษัทมี**
กับ
**เงินสดที่สามารถนำออกไปใช้ได้โดยไม่กระทบการดำเนินงาน**
สองตัวเลขนี้ไม่จำเป็นต้องเท่ากัน
## ข่าวปี 2569 สะท้อนว่าเงินทุนหมุนเวียนยังมีความสำคัญ
ข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์โดยรวมขยายตัวร้อยละ 2.0 จากปีก่อน โดยส่วนสำคัญมาจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่ต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบที่สูงขึ้น ขณะที่สินเชื่อ SME ยังคงหดตัวต่อเนื่อง เนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตยังอยู่ในระดับสูง
ข้อมูลนี้สะท้อนประเด็นสำคัญสองด้านพร้อมกัน
ด้านหนึ่ง ธุรกิจอาจต้องใช้เงินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นโดยไม่ได้เกิดจากยอดขายเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น
อีกด้านหนึ่ง การเข้าถึงสินเชื่อของ SME ไม่ได้อยู่ในภาวะที่สามารถสมมติได้ว่า เมื่อเงินสดขาดแล้วจะสามารถจัดหาวงเงินเพิ่มเติมได้ทันทีทุกครั้ง
ดังนั้น บริษัทที่มีเงินสดจึงอาจเลือกเก็บสภาพคล่องบางส่วนไว้ตั้งแต่ต้น แทนการนำเงินสดออกมาใช้จนเหลือเพียงระดับขั้นต่ำ
## การไม่ใช้หลักทรัพย์ช่วยรักษาความยืดหยุ่นของทรัพย์ระยะยาว
อีกเหตุผลหนึ่งที่บางธุรกิจพิจารณาสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ คือบริษัทอาจมีทรัพย์อยู่แล้ว แต่ไม่ต้องการนำทรัพย์ระยะยาวไปผูกกับความต้องการเงินระยะสั้น
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีที่ดินและโรงงานปลอดภาระ แต่ต้องการเงิน 1.5 ล้านบาทเพื่อรองรับงานที่มีระยะเวลาประมาณ 4–6 เดือน
คำถามที่ควรพิจารณาคือ จำเป็นหรือไม่ที่จะนำที่ดินหรือโรงงานซึ่งอาจมีมูลค่าหลายสิบล้านบาทเข้าไปอยู่ในโครงสร้างสินเชื่อเพื่อรองรับความต้องการเงินเพียงช่วงสั้น
หากในอีกสองปีบริษัทมีแผนขยายโรงงาน ซื้อเครื่องจักร หรือจัดหาเงินทุนระยะยาว ทรัพย์ดังกล่าวอาจมีประโยชน์มากกว่าเมื่อใช้กับโครงการที่มีอายุยาวและวงเงินสูงกว่า
จากมุมของดิฉัน นี่คือ **ต้นทุนโอกาสของหลักทรัพย์**
แม้การไม่ใช้หลักทรัพย์อาจมีต้นทุนสินเชื่อสูงกว่าในบางกรณี แต่ธุรกิจได้รับความยืดหยุ่นในการเก็บสินทรัพย์สำคัญไว้ใช้กับโครงสร้างเงินทุนในอนาคต
ดังนั้น การเปรียบเทียบไม่ควรดูเฉพาะดอกเบี้ย แต่ต้องดูด้วยว่า “ทรัพย์ที่ไม่ได้ถูกใช้วันนี้” มีประโยชน์อะไรในวันข้างหน้า
## เงินสดสำรองช่วยซื้อเวลาเมื่อแผนธุรกิจไม่เป็นไปตามคาด
สมมติบริษัทคาดว่าจะได้รับเงินจากลูกค้าภายใน 45 วัน แต่ลูกค้าชำระจริงในวันที่ 70
ส่วนต่างเพียง 25 วันสามารถสร้างปัญหาได้ทันที หากบริษัทใช้เงินสดส่วนใหญ่ไปกับโครงการใหม่แล้ว
บริษัทที่มีเงินสำรองยังสามารถจ่าย Supplier เงินเดือน ภาษี และค่าใช้จ่ายสำคัญได้ตามกำหนด
ในทางกลับกัน บริษัทที่ใช้เงินสดจนเหลือน้อย อาจต้องหาแหล่งเงินทุนในช่วงที่ธุรกิจกำลังเผชิญแรงกดดันอยู่แล้ว
เดือนกันยายน 2569 ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่า สินเชื่อ SME หดตัวต่อเนื่องมาแล้ว 16 ไตรมาส พร้อมประกาศแนวทางแก้ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มเติม ทั้งแพลตฟอร์มเชื่อมผู้ต้องการสินเชื่อกับผู้ให้สินเชื่อ กลไกค้ำประกันรูปแบบใหม่ และการใช้ข้อมูลในการประเมินผู้ประกอบการรายเล็ก
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การรักษาเงินสดสำรองมีความหมายมากกว่าการถือเงินไว้เฉย ๆ
เงินสดคือเวลาที่ธุรกิจสามารถใช้รอรับเงินจากลูกค้า แก้ปัญหาต้นทุน หรือจัดการเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ในแผนโดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มภาระในช่วงที่เงื่อนไขสินเชื่ออาจไม่เป็นไปตามที่คาด
## แต่การเก็บเงินสดไว้ก็มีต้นทุน
การรักษาสภาพคล่องไม่ได้หมายความว่าธุรกิจควรใช้สินเชื่อทุกครั้ง
หากบริษัทมีเงินสดส่วนเกินจำนวนมาก ไม่มีแผนลงทุนเพิ่มเติม และหลังใช้เงินกับโครงการแล้วยังมีเงินเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายและเหตุการณ์ฉุกเฉิน การใช้เงินสดอาจมีต้นทุนรวมต่ำกว่า
ตัวอย่างเช่น บริษัทมีเงินสด 10 ล้านบาท ต้องใช้เงินเพียง 1 ล้านบาท และไม่มีโครงการสำคัญใน 12 เดือนข้างหน้า
หากใช้สินเชื่อเพื่อเก็บเงิน 10 ล้านบาทไว้ทั้งหมด บริษัทอาจต้องเสียต้นทุนทางการเงินโดยที่เงินสดส่วนเกินไม่ได้สร้างประโยชน์เพิ่มเติม
ดังนั้น เป้าหมายไม่ใช่ “เก็บเงินสดให้มากที่สุด”
แต่คือ
**เก็บเงินสดไว้เท่าที่มีเหตุผลทางธุรกิจ**
ประเด็นนี้ช่วยป้องกันไม่ให้แนวคิดเรื่องรักษาสภาพคล่องกลายเป็นเหตุผลในการสร้างภาระหนี้เกินความจำเป็น
## ควรเปรียบเทียบต้นทุนสินเชื่อกับมูลค่าของเงินสดที่รักษาไว้
ผู้ประกอบการสามารถใช้หลักง่าย ๆ ในการประเมินได้ว่า เงินสดที่ยังคงอยู่ในกิจการจะถูกใช้ทำอะไร
เช่น รองรับค่าใช้จ่าย 60 วันข้างหน้า
รองรับลูกหนี้ที่อาจชำระล่าช้า
ซื้อวัตถุดิบในช่วงราคาดี
รับคำสั่งซื้อใหม่
เป็นเงินสำรองสำหรับการลงทุนที่วางแผนไว้
หรือรองรับต้นทุนที่ผันผวน
หากเงินสดที่รักษาไว้มีหน้าที่เหล่านี้ มูลค่าของสภาพคล่องอาจสูงกว่าการคำนวณดอกเบี้ยเพียงอย่างเดียว
แต่หากเงินดังกล่าวไม่มีหน้าที่ชัดเจนและอยู่ในบัญชีโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ ขณะที่บริษัทต้องจ่ายต้นทุนสินเชื่อต่อเนื่อง การใช้เงินของกิจการมากขึ้นอาจสมเหตุสมผลกว่า
## สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์เหมาะกับความต้องการระยะสั้นมากกว่าทรัพย์ระยะยาวเสมอหรือไม่
ไม่สามารถสรุปเช่นนั้นได้ในทุกกรณี
แม้การไม่ต้องนำที่ดินหรืออาคารมาประกอบวงเงินจะช่วยเพิ่มความคล่องตัว แต่ผลิตภัณฑ์แต่ละประเภทมีวงเงิน อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลา และเงื่อนไขแตกต่างกัน
บริษัทจึงควรตรวจว่า อายุของสินเชื่อสัมพันธ์กับอายุของความต้องการเงินหรือไม่
หากเงินถูกใช้เพียงเพื่อเชื่อมช่วงลูกหนี้ 45–60 วัน ควรพิจารณาเครื่องมือด้านเงินทุนหมุนเวียนที่สัมพันธ์กับรอบดังกล่าว
แต่หากต้องซื้อเครื่องจักรที่สร้างรายได้อีก 7 ปี เงินทุนระยะยาวอาจเหมาะสมกว่า
สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือก **สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน** เพียงเพราะไม่ต้องใช้ทรัพย์
แต่ควรเลือกเมื่อโครงสร้างของผลิตภัณฑ์สอดคล้องกับกระแสเงินสดและเป้าหมายของกิจการ
## วงเงินที่มีอยู่ก่อนเกิดปัญหา มีมูลค่าต่างจากวงเงินที่ต้องหาเมื่อเงินเริ่มขาด
นี่เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญ
บริษัทที่วางแผนสภาพคล่องล่วงหน้า สามารถเปรียบเทียบข้อเสนอ เลือกประเภทสินเชื่อ และกำหนดวงเงินจากข้อมูลของธุรกิจได้อย่างเป็นระบบ
แต่หากรอจนเงินสดเริ่มตึง การตัดสินใจมักถูกจำกัดด้วยเวลา
กิจการอาจไม่มีโอกาสเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมที่สุด หรืออาจต้องยอมรับต้นทุนที่สูงกว่าเพื่อให้ได้เงินทันเวลา
ในบริบทที่สินเชื่อ SME ยังหดตัวและสถาบันการเงินให้ความสำคัญกับความเสี่ยงเครดิต การวางแหล่งเงินทุนก่อนเกิดภาวะขาดสภาพคล่องจึงมีความสำคัญมากขึ้น
นี่ไม่ได้หมายความว่าธุรกิจควรมีสินเชื่อโดยไม่จำเป็น
แต่หมายความว่า **สภาพคล่องควรถูกวางแผนก่อนที่จะกลายเป็นปัญหา**
## หลัก 3 ชั้นก่อนตัดสินใจเก็บเงินสดและใช้สินเชื่อ
จากที่ดิฉันวิเคราะห์การวางเงินทุน สามารถแบ่งการตัดสินใจออกเป็นสามชั้นได้
ชั้นแรก คือ **เงินสดเพื่อการดำเนินงาน** ต้องเพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่กำลังถึงกำหนด
ชั้นที่สอง คือ **เงินสำรองความเสี่ยง** รองรับกรณีรายได้ล่าช้า ต้นทุนเพิ่ม หรือเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด
ชั้นที่สาม คือ **เงินที่สามารถนำไปลงทุนได้**
หากความต้องการเงินใหม่สูงกว่าเงินในชั้นที่สาม การพิจารณาแหล่งเงินทุนภายนอกบางส่วนอาจช่วยป้องกันไม่ให้บริษัทดึงเงินสำรองออกมาใช้มากเกินไป
จากนั้นจึงเปรียบเทียบว่า ต้นทุนของสินเชื่อมีความเหมาะสมกับประโยชน์จากสภาพคล่องที่รักษาไว้หรือไม่
## สรุป: ธุรกิจไม่ได้เลือกสินเชื่อเพราะไม่มีเงินเสมอไป
เหตุผลที่บางบริษัทมีเงินสดแต่ยังเลือกสินเชื่อแบบไม่ใช้หลักทรัพย์ ไม่ได้เกิดจากการขาดเงินเพียงอย่างเดียว
บางบริษัทต้องการรักษาเงินสดไว้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
บางแห่งต้องการรองรับความไม่แน่นอนของลูกหนี้
บางแห่งต้องการเก็บที่ดินหรือโรงงานไว้สำหรับโครงการระยะยาว
และบางแห่งต้องการมีแหล่งเงินพร้อมใช้โดยไม่ทำให้เงินสำรองลดลงต่ำกว่าระดับที่บริหารได้
ในสภาพแวดล้อมปี 2569 ซึ่งสินเชื่อ SME ยังคงหดตัว ขณะที่ต้นทุนและความต้องการเงินทุนหมุนเวียนของหลายธุรกิจมีความผันผวน การรักษาสภาพคล่องจึงมีมูลค่าทางธุรกิจมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม สินเชื่อยังคงมีต้นทุนและเพิ่มภาระหนี้
คำถามที่เหมาะสมจึงไม่ใช่
**“มีเงินสดแล้วทำไมยังต้องใช้สินเชื่อ”**
แต่ควรเป็น
**“เงินสดที่รักษาไว้จะสร้างความมั่นคงหรือโอกาสให้ธุรกิจได้มากกว่าต้นทุนของสินเชื่อหรือไม่”**
หากคำตอบสามารถอธิบายด้วยกระแสเงินสด แผนธุรกิจ และความต้องการเงินจริง การใช้เงินสดร่วมกับสินเชื่อก็อาจเป็นการจัดโครงสร้างแหล่งเงินทุน มากกว่าการเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงเพราะมีเงินอยู่ในบัญชี
สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แนวทางรักษาสภาพคล่องโดยไม่ผูกทรัพย์กับวงเงินระยะสั้นเพื่อดูภาพรวมการใช้เงินสด เงินทุนภายนอก และการเลือกวงเงินให้สัมพันธ์กับธุรกิจ
- Comments
- Facebook Comments

.png)
